jy0726-1cr

เรื่องราวริมฝั่งแม่น้ำโขง

จานีน ยโสวันต์

inSight

July 2026

ม่น้ำโขงที่ไหลผ่านพรมแดนไทยและกัมพูชาในภาพถ่ายต้นเดือน
พฤษภาคม 2569 ยังคงไหลเอื่อยและเป็นเส้นแบ่งเขตแดนน้ำตามธรรมชาติ
บ้านร้อยปีในฝั่งไทยที่เป็นบ้านคุณทวดของครอบครัวเราปีนี้ไม่เหลือแม้แต่
ซากแล้ว แต่การเยี่ยมเยียนเป็นระยะก็คงมีอยู่และเป็นตำนาน 20 ปีก่อนก็มีรุ่น
หลานอยากไปพัฒนาแต่ก็เป็นเพียงความฝันเล่าสู่กันฟัง และเมื่อคนไปเยือนเป็น
อีกรุ่นไม่ใช่หลาน แต่เป็นรุ่นเหลนภาพปัจจุบันที่ได้มาก็เพียงแค่นี้ สูงสุดคืนสามัญ
การปกครองพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ จากข้าราชการไทยไปประจำที่
เขมร เวลานั้นยังไม่มีแผนที่ในโลกเลยว่ามีชาติเขมร มีแต่ที่ประกาศว่าอีกฝากฝั่งก็
ยังเป็นดินแดนของสยาม อย่างชื่อของเสียมราฐ ก็ยังเป็นนามของ Siam Raja การ
ดูแลท้องถิ่นในสมัยรัชการที่5 ลึกซึ้งมาก ดิฉันจะบันทึกไว้ในนามลูกหลานเจ้า
เมืองจากสยามที่เข้าไปปกครองเมืองเสียมราฐ ในฝั่งเขมรและด้วยการรุกรานของ
การล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกทำให้ครอบครัว ย้ายมาพำนักริมโขง รอเวลา
กลับไป

..แต่ทุกอย่างไม่สามารถกลับมาได้เลย

การเป็นเจ้าเมืองสมัยนั้นคงเทียบได้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนี้

เรื่องราวริมแม่น้ำโขง มีผู้มีความรู้บันทึกเรื่องการปกครองของสยามใน
ดินแดนอาณานิคม สามารถหาอ่านได้ทั่วไป..

การเล่าเรื่องของดิฉันจะไม่อิงประวัติศาสตร์ และการเมืองยุคใดๆ นอกจาก
เรื่องเล่าของครอบครัวที่ไม่เคยเห็นการบันทึกใดๆที่เป็นทางการ  ตัวดิฉันเองเป็น
รุ่นหลานที่เติบโตในจังหวัดเชียงใหม่ เรียนในเชียงใหม่ อยู่กับคุณตาคุณยาย ที่
อพยพหนีจากสงครามโลกครั้งที่สองจากบ้านคลองบางกอกน้อย ธนบุรี คุณตา
ของดิฉันเรียนและทำงานในกรุงเทพ กลับไปแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรง
ภาพยนตร์ศรีอุบล จังหวัดอุบลราชธานี คุณยายเป็นลูกครึ่งไทย-จีน เเละพูด
ภาษาจีนแต้จิ๋วได้ ครอบครัวพำนัก อยู่ในกรุงเทพจนมีบุตรชาย4 หญิง4 ก่อนเกิด
สงครามโลกจึงอพยพย้ายถิ่นมาสอนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมเเม่โจ้ เชียงใหม่
ลูกๆของคุณตาส่วนหนึ่ง   เรียนจบมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ จากจุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาลัยพยาบาล และไปเรียนต่อและทำงาน
ในอเมริกาแล้วเกือบทั้งหมด หลาน 3 สาวของคุณตามาอยู่บ้านในเมืองเพื่อเรียน
หนังสือ รวมทั้งดิฉันที่มาเรียนชั้นประถมศึกษาที่เชียงใหม่ ขณะนั้นคุณตาปลด
เกษียณจากราชการมาเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียน ธรรมราชศึกษา ที่อยูในวัด
พระสิงห์ เป็นโรงเรียนของพระและเณร คุณตาดิฉันเป็นลูกชายคนเดียว ของ
นาย เมฆ วงศ์ภูธร ข้าราชการจากส่วนกลางที่เคยปกครองเมือง เสียมราฐ
และอพยพกลับมาอยู่ฝั่งไทยจากการถูกล่าอาณานิคมจากฝรั่งเศส ดิฉันพำนักอยู่
บ้านเดียวกันกับคุณตา ในบ้านเชียงใหม่ร่วม20 ปี กล่าวได้ว่าดิฉันจะได้รับทราบ
เรื่องราวของครอบครัว จากผู้สืบสายโลหิตที่ไม่ใช่เจ้าเขมร คนเล่าที่พยายาม
อธิบาย และเก็บภาพอดีต มากที่สุดคือคุณแม่ของดิฉัน !!
เเละเรามีซากบ้านเมื่อ50ปีก่อนเรียกว่าบ้านร้อยปี..และมีรูปวาดคุณตาทวดคุณยาย
ทวดอยู่ในห้องพระในบ้านเชียงใหม่ และการกลับไปเยือนถิ่นของลูกๆของคุณตาที่
เป็นสถาปนิก ที่อยากรีโนเวทบ้านริมโขงฝั่งเขมราฐ บ้านที่ปลูกขนานกับแม่น้ำโขง
ซึ่งดิฉันมาทราบทีหลังว่าอีกฝั่งเป็นฝั่งลาว

ชื่อ นามสกุล คุณตาทวด ชื่อไทย นามสกุลพระราชทาน

เป็นการยืนยันว่าเราไม่ใช่ เขมร

jy0726-2cr

เรื่องราวริมฝั่งแม่น้ำโขง ในช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เจ้าเมืองเสียมราฐได้เดินทางกลับประเทศไทยด้วยเรือรบ
เนื่องจากความไม่พอใจต่อประเทศฝรั่งเศสที่ล่าอาณานิคมและกวาดต้อนผู้คน
รวมถึงดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วยเสียมเรียบ พระตะบอง และ
ศรีโสภณ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่งผลให้สยามได้รับความเจ็บช้ำ และ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประชวร การรอดู
เหตุการณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่ากลับไปยังพระนคร คุณตาทวดของดิฉันได้
เดินทางกลับสยามพร้อมไพร่พล โดยอาศัยฝั่งน้ำโขงที่เรียกว่าเขมราฐ และสร้าง
เรือนอาศัยหันหน้าสู่ฝั่งลาว ซึ่งบ้านของเรานั้นเรียกกันว่าบ้านร้อยปี

jy0726-3cr

แต่ดิฉันเกิดหลังเหตุการณ์เหล่านั้นอีกหลายสิบปี มีคนต่างชาติเข้ามาสนุกสนาน
กับการวิพากย์วิจารณ์อาณาจักรสยาม ที่ดูจะมึความกว้างไกลใหญ่เป็นอันดับ1ของ
เอเชีย บันทึกของดิฉันอาจจะถูกโต้เเย้งด้วยยุคสมัยและนักวิชาการจากที่ต่างๆมา
ทำแผนที่ เมือได้พื้นที่ คืนจากฝรั่งเศสก็แก้แค้นโดยทำแผนที่ชาติตนเองข้าม
แม่น้ำโขงกวาดอีสานบางส่วนไปด้วยซึ่งสร้างความขบขันไปทั่ว เพราะที่ใดมี
ปราสาทก็ถูกเหมารวมว่าเป็นอาณาจักรขะแมร์ ซึ่งตรงนี้เป็นชื่อเรียกคนทั่วไป

ประเทศที่ขาดการศึกษาของประวัติศาสตร์จะเล่าเรื่องอย่างไรก็ได้ พศ.2520 คน
ในชาติยังไล่ฆ่ากันอยู่เลย ในยุค เขมรแดง

น่าเสียดายความทันสมัยก่อนหน้านั้นเมื่อตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

ในเวลานั้นการย้ายผู้คนจากเมืองเสียมเรียบ (เสียมราฐ )โดยคำสั่งของฝรั่งเศส ดู
จะเป็นเหตุการฉุกเฉิน และไม่ยอมรับของฝ่ายสยาม มีคำสั่งมากมายจากในวัง

เราเสียทั้งส่วยและอำนาจให้กับฝรั่งเศส ที่เป็นประเทศที่ล่าอาณานิคมอย่าง
โหดร้ายในอินโดจีน เรียกร้องทุกอย่างสยามให้ทุกอย่าง อย่างไม่มีเงื่อนไข
รวมทั้งการถวายมงกุฎทองคำให้ฝรั่งเศส เมื่อเราตกอยู่ใต้อำนาจ การสู้รบสมัยนั้น
ใช้ปืนและเรือกลไฟแล้ว สงครามโลกครั้งที่1ในยุโรปเริ่มจากอังกฤษปะทุลุกลาม
ไปหลายประเทศ

การปักหลักที่เมืองเขมราฐ นายเมฆ วงศ์ภูธร และไพร่พล ไม่ยอมไปไหน
ช่วยกันปลูกเรือนไทยริมน้ำโขง อย่างตั้งมั่น บ้านหันหน้าสู่แม่น้ำประจันคลื่นและ
ลม ไม่มึใครย่อท้อต่อมรสุม นายเมฆส่งลูกชายคนเดียวไป อยู่พระนคร เพื่อเรียน
หนังสือ..และเพื่อความปลอดภัย ดิฉันเห็นบันทึกชื่อคล้ายๆกันคือริมฝั่งแม่โขงมี
ผู้เขียน เรื่องราวของชายหนุ่ม ชื่อเมฆ ดูจะเป็นพระเอกของเรื่อง
ดิฉันคงมีโอกาสคุยกับคุณอีกสักครั้ง เรื่องราวที่ดิฉันเขียนเป็นเรื่องจริงของ
ครอบครัว คุณตาทวดของดิฉันชื่อนายเมฆ วงศ์ภูธร ข้าราชการไทยที่เดินทางไป
เป็นเจ้าเมืองเสียมราฐ ที่ต้องย้ายกลับฝั่งไทย ดิฉันไม่ทราบตำแหน่งของท่านจาก
ไทยว่า มียศอะไร ในตำแหน่งเจ้าเมือง

เรื่องราวที่ผู้อื่นเขียนเกี่ยวกับตัวละครชื่อ "เมฆ" อาจเป็นเพียงความบังเอิญที่ชื่อ
พ้องกัน แต่ดิฉันยังไม่มีโอกาสได้เปรียบเทียบเรื่องราวเหล่านั้นอย่างจริงจัง

แม่น้ำโขงเป็นสายน้ำที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาโดยตลอด นักวิชาการจากหลาย
ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ได้ศึกษาวิจัยและเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก
เกี่ยวกับแม่น้ำสายนี้เป็นจำนวนมาก ชาวต่างชาติบางคน รวมถึงคนไทยบางส่วน
มักวิพากษ์วิจารณ์สยามในฐานะรัฐที่มีลักษณะเป็นจักรวรรดิ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายก็คือ เรื่องราวที่แท้จริงของครอบครัวชาว
สยามผู้รับราชการเพื่อบ้านเมืองกลับแทบไม่เคยได้รับการบันทึกไว้

เมื่อคุณทวดของดิฉันเดินทางกลับสู่สยามและสร้างบ้านริมแม่น้ำหลังหนึ่ง ซึ่ง
ภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "บ้านร้อยปี" ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองเขมราฐ ซึ่ง
ตั้งอยู่ฝั่งไทยของแม่น้ำโขง

พื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยมีชื่อว่า "ภูธร" และท่านได้ปกครองเมืองในฐานะเจ้าเมือง
ต่อมาภายหลัง ครอบครัวได้รับพระราชทานนามสกุล "วงศ์ภูธร" ในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันต่างเล่าตรงกันเพียงไม่กี่เรื่อง คือ

นายเมฆ วงศ์ภูธร เคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเขมราฐ และมักเล่าถึง
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่เสมอ
ดิฉันเป็นหลานสาวคนหนึ่งที่เติบโตและอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับ
บุตรชายเพียงคนเดียวของท่าน คือคุณตาของดิฉันที่ชื่อ นายเจือ วงศ์ภูธร
คุณตาเคยศึกษาภาษาฝรั่งเศส และเมื่อดิฉันยังเป็นเด็ก ท่านยังแบ่งตำรา
ภาษาฝรั่งเศสของตนให้ดิฉันใช้เรียนอยู่เสมอ ท่านมักกล่าวว่าบิดาของท่าน
ปรารถนาจะกลับไปยังเมืองเสียมราฐอีกครั้ง

ท่านตั้งคำถามอยู่เสมอว่า ฝรั่งเศสอาจเข้าใจบางสิ่งผิดไปหรือไม่ เมื่อได้โอน
ดินแดนที่สยามปกครองมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนให้แก่ชาวกัมพูชา ทั้งที่สยาม
เป็นผู้บริหารปกครองดินแดนเหล่านั้นมาโดยตลอด

คุณทวด ยังเคยให้ข้อสังเกตอีกว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อพยพกลับเข้ามาอยู่ใน
พื้นที่ภายหลังนั้น มิใช่ชาวเขมรโดยเชื้อสายทั้งหมด หากยังมีผู้คนเชื้อสายญวน
หรือเวียดนามรวมอยู่ด้วย

ทั้งหมดนี้คือความทรงจำและเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาภายใน
ครอบครัวของดฺฉัน เรื่องราวที่ล่องลอยไปพร้อมกับสายน้ำแห่งแม่น้ำโขง และ
ยังคงได้รับการจดจำ แม้ว่าบ้านหลังเก่าจะสูญสลายไปนานแล้วก็ตาม

jy0726-5cr

ส่ง
อีเมล์
หน้านี้

 

การเลือกรูปภาพและข้อความ
Danin Adler

จานีน ยโสวันต์ เป็นนักเขียน
เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประเทศไทย
สำหรับบทความและบทวิจารณ์อื่นๆ ของ จานีน ยโสวันต์
กรุณาตรวจดู
 แฟ้มเก็บข้อมูล

Click Here for this article in English
                  
©2026 Janine Yasovant 
                  
©2026 Publication Scene4 Magazine

 

YOUR SUPPORT

If you are enjoying what you’re reading please consider adding your support. Scene4 is a global magazine featuring reviews, commentary, criticism, essays, fiction, photography, paintings, graphics and poetry. Founded as a monthly in 2000, with over 300 issues during the past 26 years of publication and an accessible, comprehensive archive now with over
18,000 pages (a unique array of articles most as contemporary as when they were first published).
In these disruptive times, we need your help and support to weather the storm. Please make a contribution of any size by going to our support page here and collect in return the sincere appreciation of our authors, artists and editors.

  Sections Cover · This Issue · inFocus · inView · inSight · Perspectives · Special Issues
  Columns  Adler · Alenier · Alpaugh · Bettencourt · Gallas · Jones · Luce · Marcott · Walsh 
  Information Masthead · Your Support · Submissions · Archives · What’s New  ·  Books
  Connections          Contact Us · Comments · Subscribe · Letters

 | Search Archives | Share This Page |

Scene4 (ISSN 1932-3603), published monthly by Scene4 Magazine
of Arts and Culture. Copyright © 2000-2026 Aviar-Dka Ltd – Aviar Media Llc.

July 2026

 

Advertisement