sc4-962-3d1
jy0526-0.-cr

จริยา มุ่งวัฒนา

จานีน ยโสวันต์

inSight

May 2026

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ดิฉันมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล
ศิลปินชาวไทยและนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Homeless

Homeless เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากประสบการณ์จริงของไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล
ในการทำงานเป็นศิลปินวาดภาพเหมือนให้กับคนไร้บ้านในนิวยอร์ก

jy0526-2

ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีโอกาสรู้จักกับคุณ อีฟ จริยา มุ่งวัฒนา
ผู้กำกับภาพยนตร์หญิงที่เข้มแข็งและเปี่ยมความสามารถ มาทำความรู้จักกับ
ประวัติและผลงานของเธอให้มากขึ้นกัน

โครงการภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งต้องใช้เวลากว่าเจ็ดปีในการเตรียมงานและผลิต ได้
แปรเปลี่ยนความทรงจำที่บันทึกไว้ให้กลายเป็นภาพยนตร์สารคดีที่กำลังเตรียม
ออกฉายและส่งเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ

JY. อะไรคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้คุณตัดสินใจเรียนด้านภาพยนตร์ และ
เส้นทางการศึกษาของคุณหล่อหลอมมุมมองและแนวคิดในฐานะผู้กำกับอย่างไร
บ้าง
JM. ดิฉันเชื่อมาเสมอว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าเรียนรู้—
โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ “นอกสายตา” ของสังคม คนธรรมดาที่เราเดินสวนกันใน
ชีวิตประจำวัน ผู้ที่ดูเหมือนเป็นเพียงฉากหลังของเมือง แท้จริงแล้วมีโลกภายในที่
ลึกและซับซ้อนกว่าที่เราคิดมาก

ตั้งแต่ช่วงประถมที่ดิฉันเรียนในโรงเรียนหญิงล้วน ไปจนถึงช่วงมัธยมที่โรงเรียน
เตรียมอุดมศึกษา—โรงเรียนสหศึกษาที่รวบรวมนักเรียนจากทั่วประเทศ—ดิฉันได้มี
โอกาสใช้ชีวิตและเรียนรู้ร่วมกับผู้คนจากพื้นเพที่หลากหลายมาก ทำให้ได้เรียนรู้
จากผู้คนที่เติบโตมาบนเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดิฉันไม่ได้
เรียนรู้เพียงการผลิตสื่อหรือการเล่าเรื่องผ่านภาพและเสียงเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้
เรื่องความรับผิดชอบที่มาพร้อมการเป็นส่วนหนึ่งของสื่อด้วย เราไม่ได้สร้างสื่อเพื่อ
ทำในสิ่งที่เราอยากทำเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อทำในสิ่งที่มีความหมายต่อสังคม

บทเรียนที่สำคัญที่สุดที่ดิฉันได้รับคือ สื่อสามารถเป็นได้มากกว่าความบันเทิง มัน
อาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนมองเห็น เข้าใจ และบางครั้งยังนำไปสู่การ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคมได้

JY. ระหว่างเรียน มีองค์ความรู้หรือประสบการณ์ใดที่ส่งอิทธิพลอย่างมากต่อสไตล์
การเล่าเรื่อง และวิธีการกำกับของคุณในภาพยนตร์เรื่อง Homeless

JM. ระหว่างที่เรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะช่วงปี
3 และปี 4 ดิฉันเริ่มสนใจการทำภาพยนตร์สารคดีมาก—สื่อที่ให้ความสำคัญอย่าง
ลึกซึ้งกับชีวิตและที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ รอบตัว ดิฉันเชื่อว่า “ความจริงของชีวิต”
มีพลังและเสน่ห์ในตัวเอง

ดิฉันตัดสินใจทำสารคดีเป็นโปรเจกต์จบการศึกษา และระหว่างกระบวนการนั้น
ดิฉันก็ได้ค้นพบว่านี่คือรูปแบบสื่อที่ดิฉันหลงใหลจริงๆ และอยากทำต่อในเส้นทาง
อาชีพ

JY. ก่อนจะมากำกับHomeless คุณมีประสบการณ์ทำงานสายอาชีพแบบไหนบ้าง
และประสบการณ์เหล่านั้นช่วยเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับบทบาทผู้กำกับภาพยนตร์
อย่างไร

JM. ก่อนจะทำหนังเรื่องนี้ ดิฉันทำงานอยู่ในวงการสื่อมากว่า 20 ปี ในหลากหลาย
บทบาท—ทั้งพิธีกร ครีเอทีฟ โปรดิวเซอร์ และนักเล่าเรื่อง—ผ่านรายการ บริษัท
และองค์กรสื่อต่างๆ จำนวนมากรายการกบนอกกะลา ทาง Modern9 TV รายการ
กินอยู่คือ ทาง TPBS ซึ่งเป็นรายการสารคดีโดยตรง และต่อมาดิฉันได้ทำงานกับ
บริษัทสื่อรุ่นใหม่ในช่วงที่สื่อออนไลน์เริ่มเข้ามาแทนที่สื่อกระแสหลักแบบดั้งเดิม a day , The Momentum และ The Standard ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข่าวออนไลน์ที่
ดิฉันต้องทำงานข่าวและประเด็นสังคมอย่างจริงจัง

ทั้งหมดนี้ทำให้ดิฉันมีมุมมองต่อสังคมและโลกที่ลึกขึ้นและรอบด้านมากขึ้น

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ดิฉันได้พบผู้คนหลากหลาย ตั้งแต่นักการเมือง ศิลปิน
นักแสดง ผู้บริหาร นักวิชาการ พ่อค้า แม่ค้า เกษตรกร ไปจนถึงฟรีแลนซ์
หลากหลายประเภท ดิฉันได้เรียนรู้ความจริงที่แตกต่างกันของสังคม และยังได้
แบกรับความรับผิดชอบในการบริหารทีมภายใต้ความคาดหวังและความรับผิดชอบ
สูง

ทุกสิ่งที่ดิฉันพบเจอตลอดเส้นทางอาชีพได้หล่อหลอมวิธีการเล่าเรื่องของดิฉัน—
ทั้งภาพ เสียง ธีม และเนื้อหา—รวมถึงทักษะการบริหารเวลาและการบริหาร
ทรัพยากร ซึ่งทั้งหมดสำคัญอย่างยิ่งต่อบทบาทผู้กำกับสำหรับภาพยนตร์ยาวเรื่อง
แรกของดิฉัน

jy0526-4

JY. ระหว่างการผลิตHomeless คุณเจอความท้าทายอะไรบ้างที่แตกต่างจากสิ่ง
ที่เรียนรู้ในเชิงทฤษฎี และคุณรับมืออย่างไรเพื่อทำหนังให้สำเร็จ

JM. ในเชิงทฤษฎี เราถูกสอนกฎเกณฑ์และโครงสร้างไวยากรณ์ของการผลิตสื่อที่
ถูกนิยามว่า “ดี” และ “มาตรฐาน” แต่ในโลกจริงของการทำภาพยนตร์—
โดยเฉพาะสารคดีเรื่องนี้—ดิฉันต้องเผชิญกับความจริงที่กฎเกณฑ์กลับนิยามได้
ยากมาก

ดิฉันต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และที่สำคัญที่สุดคือ
ต้องหาวิธีเข้าถึงหัวใจและความรู้สึกที่แท้จริงของคนไร้บ้านแต่ละคนให้ได้

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการสร้างความไว้วางใจ คนไร้บ้านจำนวนมากผ่าน
ประสบการณ์ที่ทำให้ไม่ไว้ใจสังคม ดังนั้นภารกิจสำคัญที่สุดคือการสร้าง
ความสัมพันธ์และความเชื่อใจ—เพื่อให้พวกเขาเปิดใจ ยอมให้ป๊อก ไพโรจน์ วาด
ภาพเหมือน และยอมเล่าเรื่องราวชีวิตต่อหน้ากล้อง

หลายครั้งเราถูกปฏิเสธ หรือการถ่ายทำถูกยกเลิกกลางคัน ดิฉันและทีมต้องปรับ
วิธีการทำงานอยู่ตลอด ปรับวิธีเล่าเรื่อง แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเดินหน้าต่อไป
ด้วยความเชื่อว่าในท้ายที่สุด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มีความหมายและ
มีคุณค่าสำหรับผู้ชม

JY. คุณมีเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์อย่างไรในการส่งHomeless เข้าร่วมเทศกาล
ภาพยนตร์นานาชาติ และคุณหวังให้หนังสื่อสารข้อความอะไรกับผู้ชมทั่วโลก

JM. เมื่อพูดถึงคนไร้บ้าน สังคมมักมองพวกเขาเป็นเพียงเงาบนท้องถนน—คน
ชายขอบที่ดูเหมือนไม่มีตัวตน

แต่เมื่อไพโรจน์เริ่มวาดภาพเหมือนให้พวกเขา ภาพเหล่านั้นก็ทำให้พวกเขา
กลับมามีตัวตนอีกครั้ง

มันทำให้เราได้มองเห็นพวกเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง—ผู้ที่มีอดีต มีเรื่องราว มี
ความฝัน และมีเส้นทางชีวิตของตนเอง

สำหรับดิฉัน ศิลปะไม่ใช่แค่เรื่องความงามทางสุนทรียะเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่
ช่วยให้เรามองโลกได้ลึกขึ้น การใช้ศิลปะของไพโรจน์เป็นสะพานเชื่อมต่อกับผู้คน
ที่สังคมมองไม่เห็น ช่วยให้พวกเขาได้เห็นตัวเองสะท้อนกลับมาอีกครั้ง และช่วย
ให้โลกได้ยอมรับการมีอยู่ของพวกเขา นี่คือศิลปะที่มีพลังจะเปลี่ยนบางสิ่งใน
หัวใจของผู้คนได้

การส่ง Homeless เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมีความหวังเงียบๆ ว่า
เรื่องราวของผู้คนไร้บ้านในเมืองหนึ่งของโลก อาจทำให้ผู้ชมอีกซีกโลกหยุดมอง
และหันมาทบทวนถึงความเป็นมนุษย์ร่วมกันของเรา

jy0526-6

ดิฉันเชื่อว่าความเปราะบางของมนุษย์เป็นภาษาสากล ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราทุก
คนต่างแสวงหาการยอมรับ ความเข้าใจ และความรู้สึกว่าเราไม่ได้ถูกทำให้ “มอง
ไม่เห็น” ในท้ายที่สุด ความหวังของหนังเรื่องนี้อาจไม่ใช่การเปลี่ยนโลกในแบบ
ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการทำให้ใครสักคนมองคนไร้บ้านบนท้องถนนด้วยมุมมองที่ต่าง
ออกไป—เพราะบางครั้งสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดไม่ใช่เงินหรืออาหาร แต่คือ
การมีใครสักคนมองเห็นและยอมรับคุณค่าของการมีอยู่ของพวกเขา ดิฉันหวังว่า
หนังเรื่องนี้จะพาชีวิตของผู้คนเหล่านี้เดินทางไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ไปสู่สายตาของผู้คนทั่วโลก

jy0526-13

ส่ง
อีเมล์
หน้านี้

 

การเลือกรูปภาพและข้อความ
Arthur Danin Adler

จานีน ยโสวันต์ เป็นนักเขียน
เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประเทศไทย
สำหรับบทความและบทวิจารณ์อื่นๆ ของ จานีน ยโสวันต์
กรุณาตรวจดู
 แฟ้มเก็บข้อมูล

Click Here for this article in English
                 
©2026 Janine Yasovant 
                 
©2026 Publication Scene4 Magazine

 

 

YOUR SUPPORT

If you are enjoying this issue please consider lending a hand. Scene4 is a global magazine featuring reviews, commentary, criticism, essays, fiction, photography, paintings, graphics and
poetry. Founded as a monthly in 2000, with over 300 issues during the past 26 years of publication and an accessible, comprehensive archive of over
18,000 pages (a unique array of articles as comtemporary as when they were first published).
In these disruptive times, we need your help and support to weather the storm. Please make a contribution of any size by going to our support page here and gather the appreciation of our authors, artists and editors.



 

  Sections This Issue · inFocus · inView · inSight · Perspectives · Special Issues
  Columns  Adler · Alenier · Alpaugh · Bettencourt · Gallas · Jones · Luce · Marcott · Walsh 
  Information Masthead · Your Support · Submissions · Archives · Books
  Connections          Contact Us · Comments · Subscribe · Letters

 | Search Archives | Share Page |

Scene4 (ISSN 1932-3603), published monthly by Scene4 Magazine
of Arts and Culture. Copyright © 2000-2026 Aviar-Dka Ltd – Aviar Media Llc.

May 2026